พระอาจารย์
11/6 (560506C)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
6 พฤษภาคม 2556
พระอาจารย์ – ไม่ใช่ไปให้ท้ายจิต
เข้าใจมั้ย ...พวกเราดูจิตนี่ส่วนมากมันไม่ใช่ดูจิตนะ มันให้ท้ายจิตนะ อย่างว่า...'เออ มันจะมาแล้วก็ดู
มีอะไรให้ดูมั้ย' ก็ปล่อยให้มันมาแล้วก็ดู ...มันให้ท้าย
ดูไปดูมานี่มันทิ้งกายทิ้งใจเฉยเลย หายไปเลยน่ะ
เหมือนกับบอกว่า 'เอาอะไรมาแลกศีลสมาธิปัญญาก็ไม่ยอม' …แต่พวกเรานี่น่ะ 'เอาไปเลย ศีลสมาธิ...แลกทุกอย่างไปหมด' เพราะมันจะเอาแต่หาในจิต แล้วก็มีอะไรที่เกิดขึ้นในจิตน่ะ มันแลกกับศีล-สมาธิได้หมดเลย นี่ มันตรงกันข้ามกันเลย
แต่ถ้าจะเอาอะไรทั้งหลายที่ปรากฏทิ้งไป
แล้วก็ไม่เอาอะไรมาแลกกับศีลสมาธิ ...อย่างนี้ต้องฝึก
แล้วเราจะต้องดัดสันดานของตัวเอง ...ที่มันเคยเชื่อ
เคยเข้าใจ เคยทำตามๆ กัน เคยได้รับผลจากการที่ทำตามๆ กัน แล้วติดในผลนั้นๆ
...เพราะมันมีสุขบ้าง สบายใจบ้าง แล้วมันฟลุ้คบ้างน่ะ ในสิ่งที่มันเคยกระทำมาแต่เก่าก่อน
แต่ถ้าเด็ดขาด...ละ...ทิ้งซะ
วางซะ ละซะ แล้วก็อยู่แค่กาย-ใจ เนี้ย ...ไม่ใช่ละซะ ทิ้งซะ แล้วก็ลอยนะ ... ส่วนมากมันละวางจิต ดับจิต แล้วมันจะลอย …ประมาทน่ะ
ศีลหาย สมาธิหาย ให้รู้ไว้เลย...ไม่ได้ ... ถ้าศีลหาย สมาธิหาย
ปัญญาก็หาย
ศีลหาย สมาธิหาย ปัญญาหาย
หมายความว่าออกนอกมรรค หลุดนอกมรรคแล้ว
ต่อให้มันอยู่กับ...เสวยกับอารมณ์ที่ว่าง เบา สบาย หมดกิเลสไร้อารมณ์ก็ตาม
มันก็มี “เรา” นอนตีพุงอยู่
เหมือนกับพระนารายณ์บรรทมสินธ์ โดยมีพญานาคคอยอุ้มไว้อยู่ในเกษียรมหาสมุทร...พอดีเลย เป็นเทพองค์หนึ่งไปโดยปริยาย
เป็นพระนารายณ์ปางนึง
แต่ถ้าเป็นพุทธะนี่ ต้องตื่นขึ้น
ลุกขึ้น ... จะต้องมีการระลึก รู้อยู่
เห็นอยู่ กับสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความจริง...นี่คือการภาวนา
ไม่ใช่ความเลื่อนๆ ลอยๆ
ไปมากับความเลื่อนๆ ลอยๆ กับสิ่งที่เลื่อนๆ ลอยๆ ...ถึงแม้มันจะมี...ดูเหมือนมีก็ตาม ...
แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีอยู่บนความเลื่อนๆ ลอยๆ
(ต่อแทร็ก 11/7)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น